สืบสานที่มาสถาปัตยกรรมตะวันตกในวังหลวง

       เนื่องในโอกาสครบรอบ 105 ปี แห่งวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงจัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในพระบรมมหาราชวัง สมัยรัชกาลที่ 5” ที่ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรม มหาราชวัง โดยมี ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นวิทยากร กล่าวว่า ร่องรอยของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในพระบรมมหาราชวังนั้น ปรากฏมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สังเกตได้จากป้อมภูผาสุทัศน์ตรงข้ามวัดโพธิ์ ซึ่งถูกบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 บริเวณหน้าต่างของป้อมจะมีโค้งยอดแหลม คล้ายสถาปัตยกรรมแบบโกธิกของยุโรปและมีกรอบเป็นปูนปั้นโรมัน

      อาจารย์พีรศรีอธิบายต่อว่า เมื่อเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่โปรดให้สถาปนาขึ้นใหม่คือ พระอภิเนาว์นิเวศน์ จะเห็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมการทำหน้าจั่วแบบกรีก และเสาแบบโรมัน แต่โครงสร้างการใช้งานยังเป็นจารีตแบบไทย คงไว้ซึ่งระบบฐานันดรศักดิ์ มาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมาค่อนข้างมาก เนื่องจากชาติมหาอำนาจตะวันตกต่างออกล่าอาณานิคม ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระบรมราโชบายเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชาติในหลายๆด้าน เพื่อให้ทัดเทียมอารยประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเสด็จฯต่างประเทศได้ทอดพระเนตรสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก และทรงเรียนรู้แนวคิดแบบตะวันตก จึงทรงนำมาปรับใช้ผสมผสานกับของไทยมากขึ้น สังเกตได้จากหมู่พระที่นั่ง พระตำหนัก หรือกลุ่มอาคารต่างๆในพระบรมมหาราชวัง ที่โปรดให้สร้างขึ้นใหม่ อาทิ พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งตึก 2 ชั้น ศิลปกรรมแบบยุโรป รวมไปถึงหอรัษฎากรพิพัฒน์

จากนั้นได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมงานสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมี ศ.ดร. ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี เป็นวิทยากรนำชม โดยเริ่มจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง ซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้สร้างในปี 2332 บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของพระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท ซึ่งถูกฟ้าผ่าและเกิดเพลิงไหม้ ส่วนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2419 เป็นพระที่นั่งโดดเด่นกว่าพระที่นั่งอื่นๆ ตัวอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคาเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย จนเป็นที่มาของชื่อ “ฝรั่งสวมชฎา” สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งต่อไป 
Share this Post:

Comments

    There are no comments

Posting comments after three months has been disabled.
Copyrights © 2015 by Seven Republic